ข่าวกีฬา

บุรีรัมย์ฯซิวแชมป์ไทยลีกสมัย 7 ,บีจีฯการันตีตั๋วบู๊ชปล. 

จังหวัดบุรีรัมย์ฯซิวแชมป์ไทยลีกยุค 7 ,บีจีฯประกันตั๋วบู๊ชปล.  บุรีรัมย์ฯซิวแชมป์ไทยลีกสมัย 7 ,บีจีฯการันตีตั๋วบู๊ชปล.  โค้งสุดท้ายของลีกสูงสุดประเทศไทย เตะผ่านสายตาแฟนบอลก่อนเทศกาลปีใหม่ไทยไปแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ครบ 8 คู่ ผลงานแต่ละกลุ่มเป็นยังไงไปดูกันเลย  

           เริ่มจากเสาร์ที่ 9 เม.ย. 65 เตะ 4 คู่ ยิงกันสลุตถึง 20 ประตู มี 2 ใบแดง รวมทั้ง 3 จุดลูกโทษ  

          เริ่มที่สนาม อบจ.ขอนแก่น เจ้าถิ่น “งูจงอางลำพอง” คงจะอยู่รอดได้ค่อนข้างจะแน่ๆแล้ว เมื่อเปิดบ้านแซงชนะ สมาชิกใหม่ร่วมกันอย่าง จังหวัดเชียงใหม่ ยูฯที่ตกชั้นไปที่ผ่านมาแล้วได้ 2-1 จาก อิ๊บสัน โมเล่ น. 21 , โรมูโร่ คาบราล น. 76 ทำให้ เมโล่ มีลุ้นดาวซัลโว ด้วยด้วยเหตุว่าตามหลัง แฮมิลตัน ซัวเรซ ศูนย์หน้าเพื่อนร่วมชาติบราซิล ของหนองบัวฯ เพียงแค่ 1 เม็ด แค่นั้น ส่วน “ช้างเผือก” นำก่อน จาก ใบเสร็จรับเงิน โรซิมาร์ น. 11  

          โปลิศเทโรฯ ยังไม่มั่นใจต่อการบางทีอาจจำต้องตกชั้นได้เมื่อพังทลายคาบ้านและก็เลกสองยังชนะผู้ใดกันแน่ในถิ่นตนเองมิได้ นัดหมายนี้โดน ทรูกางงค็อกฯ บุกไปกระหน่ำ 4-1 “มังกรโล่เงิน” ที่ จำต้องเล่น 10 คนภายในน. 61 ข้างหลัง บรรดาศักดิ์ เชาวนะ โดนใบแดง ไล่ออก ไปได้จาก อาทิตย์ ลูกจินดา น. 49 ส่วน “ลำแข้งเทวดา” ได้จาก การเป็นไปพันธ์ พ่วงจันทร์ น. 9 , ชนาความสำราญ ป้อมบุปผชาติ น. 21 , เฮร์กางร์ตี้ แฟร์นานเดซ ที่ซัดในไทยลีกแล้ว 147 เม็ด ในน. 57 และก็จบท้ายด้วยจุดลูกโทษ ของ แอนโทนี่ คาร์เตอร์ น. 94 

        เมืองทองคำ ยูฯ ทำให้แฟนบอลเสียวเมื่อนำก่อน 3-0 ก่อนที่จะโดน จังหวัดสมุทรปราการฯ ไล่มา 2-3 ยังดีที่รีบสปีด ทำเป็นอีก 2 เม็ดและก็ ชนะไป 5-2 จาก เฮนรี่ อนิเยร์ 2 เม็ด น. 6,13 , วิลเลี่ยม พ็อพพ์ น, 41 , ธีระพล เย้ยหยัน น. 83 , ซาดอร์ มีร์ซาเยฟ น. 89 ส่วน “เขี้ยวมหาสมุทร” ที่ยังเสี่ยงตกชั้นสูง นั้นได้ จาก ศักดาสิทธิ จิตวิภาควิจารณ์ น. 52 , ซามูเอล โรช่า น. 58 

        จังหวัดราชบุรีฯ เป็นเจ้าถิ่น อีกครั้งมที่คว้า 3 แต้มไปได้สนุกสนานเหนือ การท่าเรือฯ 3-2 ได้จาก วิธีการทำเข้าประตูตนเอง ของ กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายด่าน ท่าเรือฯ น. 3 , แดร์เลย์ น. 39 ( จุดลูกโทษ ) , สิทธิโชค กันหนู น. 69 , ส่วน การท่าเรือฯ ที่เล่น 10 คน ในน. 42 เมื่อ วิลเลี่ยม ไวเดอร์รุกข์ โดนใบแดง นั้นได้ 2 เม็ดจาก แซร์คิโอ ซัวเรซ น. 45+ 3 (จุดลูกโทษ) , นูรูล ศรียานเก็ม น. 89 

        ส่วนเกมอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. 65 อีก 4 คู่ นั้น “วังสายฟ้า” จังหวัดบุรีรัมย์ฯ ไม่พลาดคว้าชัยชนะยุคที่ 7 ไปครอบครองได้ข้างหลังสะดุดมา 4 นัดหมายติดก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ที่เสมอ 2 แพ้ 1 นัดหมาย ทำให้ยังมิได้แชมป์เกมนี้บุกไปเก็บเงินกลุ่มร่วมถิ่นอีสานอย่าง หนองบัวฯ ได้ 3-0 จาก สุภโชค สารชาติ น. 29 , ธีราทร บุญมาทัน น.68 , อายุบ มาซิก้า น. 81  

          ส่วน จังหวัดเชียงราย ยูฯเกมในถิ่นสวนกับเกมนอกบ้านที่พวกเขาทำเป็นดีในฤดูกาลนี้นัดหมายนี้ทำเป็นเพียงแค่เปิดบ้านเสมอกับ จังหวัดสุพรรณบุรี ฯกลุ่มหนีตายไป 2-2 จำพวกที่พลาดจุดลูกโทษ ด้วย “กว่างโซ่ง” ได้จาก อัครวินทร์ สวัสดี น. 38 , เก็ตเตอร์สัน น. 47 โดย ศิวกรณ์ เตียเครือญาติ พลาดจุดลูกโทษ ในน. 85 ที่ยิงไปติดเซฟ ของ สหวิช ขำเปี่ยม นายทวาร สุพรรณฯ ส่วน “ช้างศึกยุทธหัตถี” ได้จาก จุง ฮาน ชอล น. 26 , วิลมัน เอ็นริเก้ น. 59 

          จังหวัดชลบุรีฯ ยังมีลุ้นจบชั้น 3-4 มีลุ้นตั๋วไปเอซีแอล ได้ เมื่อเปิดบ้าน ชนะ พีที ประจวบฯ ไป 2-1 จาก ยูบยองซู ที่ซัดให้กลุ่ม 5 นัดหมายติด ในน. 52 , เรนาโต้ เคลิช น. 71 ส่วน “ต่อพิฆาต” ที่สะดุด แพ้ 2 นัดหมายติดได้จาก อภิชาต เด็นสุนัขน น. 62 

        ส่วน แชมป์เก่า บีจีปทุมฯ นั้นรับประกัน โควตา ไปฝ่า เอซีแอล 2023 ได้แน่ๆแล้วข้างหลังไม่จบชั้น 2 ก็ชั้น 3 แน่ๆแล้ว แม้นัดหมายท้ายที่สุด ชนะได้ก็จะคว้ารองแชมป์ไปครอบครองได้โดยทันที ข้างหลังนัดหมายนี้พวกเขา เอาชนะ จังหวัดนครราชสีมาฯ ที่แพ้ผู้ใดกัน 8 ครั้งติดกันที่ เสมอ 2 แพ้ 6 นัดหมายไปได้ 3-0 จาก 2 เม็ดของ ธีรศิลป แดงดา  น. 65,79 , วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ น. 73 “สวาทแคท” ยังจำต้องลุ้นหนีตกชั้นถัดไป  

          เหตุการณ์ตอนนี้ กลุ่มที่มีลุ้นชั้น 3-4 ยังจำต้องต่อสู้กันสนุกสนาน โดยมีหลายทีมได้ลุ้น ซึ่งชั้น 3 นั้นจะได้เล่นรอบเพลย์ออฟ เอซีแอล แน่ๆ ส่วนชั้น 4 ก็มีความหมายแม้ จังหวัดบุรีรัมย์ฯ ได้ทั้งยังแชมป์ เอฟเอคัพ ไปอีกถ้วย จะมีผลให้ ชั้น 3-4 ไทยลีก ได้ไปฝ่า เอซีแอล 2023 รอบเพลย์ออฟได้ในทันที จำเป็นต้องติดตามกันถัดไปว่าใครกันแน่จะสมหวัง ส่วน กลุ่มตกชั้น ช่วงนี้จะต้องสารภาพว่า จังหวัดสมุทรปราการฯ กับ จังหวัดสุพรรณบุรีฯ ได้โอกาสสูงที่จะตาม จังหวัดเชียงใหม่ ยูฯ ตกชั้นไปเล่นลีกรองปีถัดไป