ข่าวกีฬา

ยิงกันถล่ม! เกร็ดและสถิติน่าสนใจหลัง แมนซิตี้ เฉือน เรอัล มาดริด

ยิงกันกระหน่ำ! เกร็ดรวมทั้งสถิติน่าดึงดูดข้างหลัง แมนซิตี้ เชือด เรอัล มาดริด ยิงกันถล่ม! เกร็ดและสถิติน่าสนใจหลัง แมนซิตี้ เฉือน เรอัล มาดริด เกมที่ เอติเตียนฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 26 เดือนเมษายน ก่อนหน้าที่ผ่านมา นับว่าเป็นเกมที่สนุกสนานมากมายๆภายหลังที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถเอาชนะ เรอัล มาดริด ไปได้ 4-3 ซึ่งแม้ “เรือใบสีฟ้า” จะเก็บความมีชัยในครั้งแรกไปได้ แต่ว่าในขณะนี้เกมมันก็ยังได้โอกาสสูงที่จะออกได้ทุกหน้า

    ดังนี้ ผลที่ได้รับจากการแข่งขันแล้วก็เหตุหลายประเภทในเกมนี้นำไปสู่สถิติที่น่าดึงดูดได้บางอันเช่นเดียวกัน ซึ่งบางอันนับว่าเป็นเรื่องที่คนจำนวนไม่น้อยบางครั้งก็อาจจะไม่ได้นึกฝันเลยด้วย ดังเช่นการที่มีนักเตะคนหนึ่งทำเป็นเหนือกว่า ลิโอเนล เมสซี่ ฯลฯ

    – แมนฯ ซิตี้ กับภารกิจที่ไม่เคยมีผู้ใดทำเป็น
    เนื่องจากว่า มาดริด เป็นกลุ่มใหญ่แล้วก็มีขุมกำลังที่หนักแน่นเกือบจะทุกฤดู ทำให้มันเกิดเรื่องยากมากมายๆที่จะเอาชนะพวกเขาให้ได้สัก 1 นัดหมาย แม้กระทั่งคุณจะมีขุมกำลังที่สุดยอดก็ตาม

 

ยิงกันถล่ม! เกร็ดและสถิติน่าสนใจหลัง แมนซิตี้ เฉือน เรอัล มาดริด

 

    แม้กระนั้น ในตอนนี้มันพอๆกับว่า แมนฯ ซิตี้ สามารถเอาชนะ มาดริด ไปได้แล้วถึง 3 ครั้งจากการพบกันทั้งผอง 7 คราว แล้วก็ทำให้พวกเขานับว่าเป็นกลุ่มจากอังกฤษกลุ่มแรกซึ่งสามารถคว่ำ มาดริด ในรายการ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ขั้นต่ำ 3 เกม แถมยังมาจากการพบกัน 3 ครั้งหน้าสุดทั้งปวงด้วย

    – โฟเด้น จารึกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์
    แม้ว่าจะพึ่งจะแก่เพียงแค่ 21 ปี แม้กระนั้น ฟิล โฟเด้น มิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ ก็ซ้ำเติมอีกรอบว่าเขานับว่าเป็นความคาดหวังในอนาคตให้กับอีกทั้งสังกัดเดิมและก็กลุ่มชาติได้ ภายหลังเป็นคนทำคะแนนที่ 3 ให้กับกลุ่มในเกมเมื่อวันอังคารก่อนหน้าที่ผ่านมา จนกระทั่งทำให้พอๆกับว่าเดี๋ยวนี้เขาครองบัลลังก์ร่วมของการเป็นนักฟุตบอลคนประเทศอังกฤษที่ทำคะแนนในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มากที่สุดตั้งแต่ในเวลาที่ยังแก่ 21 ปีหรือน้อยกว่านั้น ด้วยปริมาณ 9 ประตู

 

ยิงกันถล่ม! เกร็ดและสถิติน่าสนใจหลัง แมนซิตี้ เฉือน เรอัล มาดริด

 

    ดังนี้ ช่วงนี้มันนับว่าเขาเป็นเจ้าของสถิติร่วมกับ เวย์น รูนี่ย์ อดีตกาลยอดศูนย์หน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้งแน่ๆว่า โฟเด้น ได้โอกาสที่จะขึ้นเป็นเจ้าของสถิติแบบคนเดียวๆแล้ว เนื่องจากว่าวันเกิดของเขาอยู่ที่ 28 พ.ค.

    ในเวลาเดียวกัน โฟเด้น ก็ยังเป็นนักฟุตบอลชนชาติอังกฤษผู้ที่ 8 ที่ทำคะแนนในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ด้วย ต่อจาก แอนดี้ วัวล, สตีฟ แม็คมานามาน, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, โจ วัวล, พอล สวัวลส์, รูนี่ย์ แล้วก็ เมสัน เมาน์ท

    – เบนเซม่า รุนแรงสุดๆ
    อย่างที่รู้ๆกันดีอยู่แล้วว่าตลอดตอนหลายฤดูก่อนหน้านี้ เบนเซม่า สามารถทำคะแนนได้มาก ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่ามาเขาก็ยิงเพิ่มได้ 2 ลูก จนกระทั่งทำให้เดี๋ยวนี้เขาเป็นนักฟุตบอลที่ทำแต้มในรอบตัดเชือกของเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้มากที่สุดเป็นชั้น 2 ร่วมกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ปริมาณ 7 ประตู โดยหากนับเพียงแค่รอบนี้เขายิงได้มากกว่า ลิโอเนล เมสซี่ ที่ทำไป 6 ลูกด้วย ส่วนที่ 1 ในชาร์ตนี้เป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่กดไป 13 ลูก

 

ยิงกันถล่ม! เกร็ดและสถิติน่าสนใจหลัง แมนซิตี้ เฉือน เรอัล มาดริด

 

    ยิ่งไปกว่านี้ เบนเซม่า ก็ยังเปลี่ยนเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งสามารถทำคะแนนใส่คู่ปรปักษ์จากประเทศเดียวกันในเกมเยี่ยมของรอบน็อกเอาต์ประจำศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้านในฤดูเดียวกันได้อย่างต่ำ 5 ลูกด้วย ภายหลังในรอบก่อนรองชนะเลิศ ครั้งแรกของฤดูกาลนี้เขาก็พึ่งจะบุกไปทำแฮตทริกที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ขอ13:17 2022-04-27ง เชลซี มาได้

    ไม่ใช่แค่นั้น เนื่องจากปัจจุบันนี้ เบนเซม่า เปลี่ยนเป็นนักฟุตบอลชาวประเทศฝรั่งเศสผู้ที่ 3 ที่ทำคะแนนให้กลุ่มใน 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรปจากการลงเล่นในทุกรายการได้อย่างต่ำ 40 ลูกข้างในฤดูกาลเดียวอีกต่างหาก โดย 2 คนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเป็น สเตฟ็อง กีวาร์ช ที่เคยทำเป็นในช่วงฤดูกาล 1996-97 กับ คีลิจนกระทั่ง เอ็มบั๊ปกระเป๋า ที่ทำเอาไว้เมื่อฤดูกาลก่อน

    – ยิงกันกระจุยกระจายอีกรอบ
    แน่ๆว่าการที่มีประตูเกิดขึ้นถึง 7 ลูก ทำให้แฟนบอลผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยแฮปปี้กับเกมเมื่อวันอังคารก่อนหน้านี้กระทั่งพูดได้ว่าคุ้มตั๋วหรือค่าไฟฟ้าอย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นมันก็ไม่ใช่คราวแรกที่เคยมีการทำถึง 7 ลูกด้านในเกม 1 นัดหมายของรอบรองชนะเลิศในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

ยิงกันถล่ม! เกร็ดและสถิติน่าสนใจหลัง แมนซิตี้ เฉือน เรอัล มาดริด

 

    ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 1994-95 อาแจ็กซ์ เคยโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค 5-2 สำหรับในการเล่นนัดหมายสอง กระทั่งทำให้รวม 2 นัดหมายพวกเขาชนะไปด้วยสกอร์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ก่อนที่จะ อาแจ็กซ์ จะเข้าไปครอบครองแชมป์มาครอบครองในตอนปลายได้จากการเชือด เอซี มิลาน 1-0

    ช่วงเวลาที่เมื่อฤดู 2017-18 หงส์แดง ก็เคยเปิดรัง แอนฟิลด์ คว้าชัยเหนือ อาแอส โรม่า 5-2 ในครั้งแรกมาแล้ว ทำให้ถึงแม้นัดสอง "ลิเวอร์พูล" จะแพ้ 2-4 แต่ว่าพวกเขาก็ยังเข้ารอบจากการชนะด้วยสกอร์รวม 7-6 อยู่ดี อย่างไรก็แล้วแต่ ในที่สุดกลุ่มของ พบร์เก้น คล็อปป์ ก็ไปแพ้ เรอัล มาดริด 1-3 ในนัดหมายชิงดำ กระทั่งทำให้ชวดแชมป์ไป

     
    – เด็กเกร็ดบอล –