ข่าวกีฬา

แก้ไม่ตก! แมนฯ ยูไนเต็ด กับอาถรรพ์การดวลเป้าใน เอฟเอ คัพ

แก้ไม่ตก! แมนฯ ยูไนเต็ด กับอาถรรพณ์การดวลเป้าใน เอฟเอ คัพ แก้ไม่ตก! แมนฯ ยูไนเต็ด กับอาถรรพ์การดวลเป้าใน เอฟเอ คัพ เพียงแค่คู่แรกของศึก เอฟเอ คัพ รอบ 4 ประจำฤดู 2021-22 มันก็มีการพลิกล็อกกันแล้วเมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องหยุดป้ายตั้งแต่รอบนี้ จากการที่พวกเขาแพ้ มิดเดิ้ลสโบรห์ กลุ่มจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในตอนดวลจุดลูกโทษ 7-8 ภายหลังจบ 90 นาทีเท่ากัน 1-1 และไม่มีผู้ใดทำอะไรเพิ่มในช่วงทดเวลาได้

    ผู้ที่ยิงลูกจุดลูกโทษพลาดของ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นต้นว่า แอนโธนี่ อีแลงก้า หัวหอกดาวรุ่งชาวสวีดิช ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยเห็นว่าแท้จริง แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สมควรควรต้องมาลุ้นต่อจนกระทั่งตอนดวลเป้าแล้วควรเป็นข้างเศร้าหมองในสุดท้ายเลยแม้พวกเขาทำแต้มจากจังหวะที่มีเป็นอย่างมากในตอนครึ่งแรกได้

    ผลสรุปจากเกมนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีประสบการณ์ที่เลวกับการดวลเป้าในศึก เอฟเอ คัพ ด้วยเหตุว่าพวกเขา "ยังไม่เคยชนะการดวลจุดลูกโทษในรายการ เอฟเอ คัพ แม้กระทั้งครั้งเดียว" โดยเกมช่วงวันที่ 4 ก.พ. ก่อนหน้าที่ผ่านมา นับว่าเป็นครั้งที่ 4 ที่พวกเขาเป็นข้างแพ้สำหรับในการดวลเป้าของ เอฟเอ คัพ รวมทั้งวันนี้พวกเราจะมาย้อนมองประสบการณ์สุดชอกช้ำระกำใจ 3 ทีที่ผ่านมาของพวกพ้อง "ภูติผีแดง" กันสักนิด

    – ฤดู 1991-92
 ภายหลังผ่าน ลีดส์ ยูไนเต็ด คู่อริอันดุดันของ "การรบดอกกุหลาบ" ในรอบ 3 มาได้นั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็โดนจับไปพบกับ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ในรอบ 4 โดยเกมเตะกันที่ เดอะ เดลล์ รังเหย้าของ "นักบุญ" ซึ่งนัดหมายที่ว่าสิ้นสุดลงด้วยการเท่ากัน 0-0 ทำให้จะต้องไปเล่นนัดหมายรีเพลย์ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 

แก้ไม่ตก! แมนฯ ยูไนเต็ด กับอาถรรพ์การดวลเป้าใน เอฟเอ คัพ

 

    ดูผิวเผินแล้วการได้ไปเล่นที่บ้านของตนเองคงจะทำให้กลุ่มของผู้จัดการทีม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผ่านเข้ารอบไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก แต่ว่าเรื่องจริงมันไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อเกมนั้นลงเอยด้วยการเท่ากัน 2-2 รวมทั้งท้ายที่สุดก็เป็น เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ที่เอาชนะไปได้ 4-2 ในตอนดวลจุดลูกโทษ โดยมันทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นกลุ่มที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่จำเป็นต้องตกรบในศึก เอฟเอ คัพ จากตอนดวลเป้าด้วย

    – ฤดู 2004-05
    ต่อให้มีการเอาการดวลเป้ามาใช้วินิจฉัยผลแพ้ชนะในเกม เอฟเอ คัพ มานานพอสมควร แม้กระนั้นมันก็จะต้องคอยจนกระทั่งปี 2005 กว่าที่จะมีการดวลเป้าในรอบชิงแชมป์เป็นครั้งแรก ซึ่งเกมที่ว่าเป็นการพบกันของ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล

 

แก้ไม่ตก! แมนฯ ยูไนเต็ด กับอาถรรพ์การดวลเป้าใน เอฟเอ คัพ

 

    ถึงแม้ว่าสกอร์ในระยะเวลาธรรมดาและก็การขยายเวลาพิเศษจะจบลงที่การเท่ากัน 0-0 แม้กระนั้นรูปเกมมันก็ดุดันสมกับเป็นการพบกันของหนึ่งในคู่รักคู่แค้นอันดับหนึ่งของแวดวงบอลอังกฤษในตอนนั้น โดยมีการแจกใบเหลือง 7 ใบ แบ่งเป็นฝั่ง อาร์เซน่อล 5 ใบ รวมทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด 2 ใบ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการที่ โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส จอมบุก อาร์เซน่อล โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามในขณะที่กำลังจะหมดช่วงทดเวลา

    แน่ๆ การเสียเปรียบเรื่องเพศผู้เล่นนั้นมันมิได้มีผลมากสักเท่าไรนักเมื่อถึงในตอนที่จำต้องดวลจุดลูกโทษกัน และก็ท้ายที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็จำต้องแพ้ อาร์เซน่อล ไป 4-5 โดยผู้เดียวของพวกเขาที่ยิงลูกจุดลูกโทษไม่เข้าในวันนั้นเป็น พอล สวัวลส์

    – ฤดู 2008-09
    แม้ว่าจะจะต้องลงเล่นในฐานะกลุ่มเยี่ยมถึง 3 จาก 4 รอบ แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังสามารถกรุยมาถึงรอบรองชนะเลิศได้ โดยคู่แข่งขันที่รอคอยพวกเขาอยู่ที่สนาม เวมบลีย์ ก็คือ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเวลานี้มี เดวิด มอยส์ เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลอยู่

 

แก้ไม่ตก! แมนฯ ยูไนเต็ด กับอาถรรพ์การดวลเป้าใน เอฟเอ คัพ

 

    แม้ว่าเวลานี้ เอฟเวอร์ตัน จะมีฟอร์มโดยรวมที่สุดยอดและก็มีขุมกำลังที่อดทนมากมายๆอาทิเช่น มารูยาน เฟลไลนี่ แล้วก็ ทิม เคฮิลล์ แม้กระนั้นผู้คนจำนวนมากยังมั่นใจว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสดีมากกว่าที่จะเป็นข้างชนะ แม้กระนั้นวันนั้นไม่ว่าอย่างไรกลุ่มของ เฟอร์กูสัน ก็เจาะตาข่าย เอฟเวอร์ตัน มิได้เลยตลอดทั้ง 120 นาที จนถึงจำต้องวินิจฉัยผู้ชนะด้วยการดวลเป้า

    ที่แท้ เคฮิลล์ ซึ่งเป็นมือสังหารคนแรกของฝั่ง เอฟเวอร์ตัน ยิงพลาดไปแล้ว แต่ ดิไม่ทาร์ เบอร์บาโคนฟ ที่เป็นคนแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับยิงไม่เข้าเช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่ได้รับคำบัญชาให้มายิงเป็นผู้ที่ 2 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ซัดพลาดอีก ทำให้ในที่สุดวันนั้นกลุ่มของ เฟอร์กูสัน จำต้องแพ้ในตอนดวลจุดลูกโทษไป 2-4

    
    – เด็กเกร็ดบอล –